วันที่ห้า ช่วงกลางคืนคุณพยาบาลจะเข้ามาดูตลอดวัดไข้วัดความดัน ผลออกมา
ความดันต่ำ ไข้สูง ตื่นมาจะไอ จะจาม มันปวดร้าวไปหมด ถึงเวลาคุณหมอมาบอกผล
คุณหมอno1: ผลออกมาแล้วนะครับ เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบแน่ ๆ
จริยา: Oh
gosh (แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกชิล ๆ นะ เพราะยังไม่ได้อ่าน
ยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรค)
คุณหมอno1: (หันไปถามไมเคิล) ช่วงนี้พฤติกรรมเปลี่ยนไปไหมครับ
หมายเหตุ
มารู้ในตอนหลังว่าถ้าเชื้อกัดกินเนื้อสมองจะทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ตาบอด
ตาเข หรือกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ได้
ไมเคิล: ก็ไม่มีนะครับ หัวยังเข็งเหมือนเดิม
จริยา: ?! (แกเก็บไว้ก่อนนะให้หายป่วยก่อน) สาเหตุที่เราเป็นโรคนี้เกิดจากอะไรได้บ้างคะ
แล้วรักษาอย่างไร
คุณหมอno1: ก็มี แบคทีเรีย ไวรัส ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีหลายชนิด นอกจากนี้ก็มี วัณโรค
เชื้อรา และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ต้องทำ PCR
ก่อนครับถึงจะรู้ การรักษาระหว่างนี้ก็จะให้ยาแก้ปวด
และดูอาการอย่างใกล้ชิดนะครับ
จริยา: คิดอยู่ในใจ
ตรูไม่อยากใกล้ชิดหมออ่า ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลอยากกลับบ้าน
ไฮเปอร์อย่างช้านมาอยู่อย่างนี้บร้าแน่ ๆ
หมายเหตุ Polymerase Chain Reaction (PCR)การตรวจด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส สามารถเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอของเชื้อก่อโรคปริมาณน้อยๆ ได้
ทำให้สามารถตรวจพบดีเอ็นเอของแบคทีเรียหรือไวรัสในน้ำหล่อสมองไขสันหลังได้ ซึ่งระยะเวลาในการตรวจนานกว่าจะรู้ผลก็อีกวันนึง
วันนี้ก็เป็นคืนที่สามแล้วที่นอนโรงพยาบาลก่อนเที่ยงมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
ชายF1: สวัสดีครับผมมาจากแผนกการเงินครับ
เอารายการค่าใช้จ่ายมาให้ดูครับ (พร้อมกับยื่นซองหนา ๆ ให้)
ทางโรงพยาบาลมีนโยบายว่าสามวันต้องจ่ายครั้งนึงนะครับ
จริยา: ขอบคุณค่ะ ต้องจ่ายวันนี้เลยไหมคะ
ชายF1: ไม่เป็นไรครับค่อยจ่ายก็ได้
หลังจากที่เค้าออกจากห้องไปก็เปิดซองดู หลังจากเห็นตัวเลขเราก็ ไอ้หยา 3 วันค่าใช้จ่ายเท่านี้แล้วตูจะต้องอยู่อีกกี่วัน
พ่อแก้วแม่แก้ว อย่าให้ลูกเป็นอะไรที่ต้องอยู่นานเลยนะเจ้าคะ
วันที่หก
คุณหมอno1: ผลออกมาแล้วนะครับไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย ถือว่าโชคดีนะครับ
ตอนนี้ก็รอผลอยู่ว่าเกิดจากอะไร
จริยา: ? (คิดอยู่ในใจว่า โชคดีตรงไหนฟระคะ)
คุณหมอno1: ถือเสียว่าเป็นความโชคดีในโชคร้าย ถ้าสาเหตุเกิดจากแบคทีเรียนี่อันตรายมากครับ
ตอนนี้ก็ขออย่าให้เกิดจากวัณโรค เพราะจะใช้เวลาในการรักษาอย่างน้อย 9 เดือน ผลจะออกมาในช่วงบ่ายนะครับเดี๋ยวคุณหมอno2 จะมาแจ้งให้ทราบ
ในระหว่างนี้ไมเคิลก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ไปออฟฟิต
ให้กำลังใจตลอด พร้อม ๆ กับเป็นคนรับโทรศัพท์ให้ คุยกับเพื่อน ๆ ที่โทรมาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง
เข้าใจกันบ้างไม่เข้าใจกันบ้าง (ฮ่าฮ่า) พร้อมกับแอบหาข้อมูลโดยที่ไม่บอกให้เรารู้
และแอบเครียดอยู่คนเดียว ช่วงบ่ายคุณหมอno2 เข้ามาแจ้งสาเหตุ
คุณหมอno2: สาเหตุคือเชื้อไวรัสตัวที่ชื่อว่า Herpes simplex (เริม) นะคะซึ่งเป็นตัวที่รุนแรงและก้าวร้าวมากจะกัดกินสมองถ้ารักษาไม่ทัน
จริยา: (โว๊ะ อะไรกันนี่ชีวิตนี้ไม่เคยเป็นเริมเลยมาได้งัยฟระ)แล้วเชื้อตัวนี้มันเข้าไปในสมองได้ไงคะ
หมายเหตุ
ก็คิดนะคะว่าจะบอกดีมั้ยว่าเชื้ออะไร แต่ก็คิดว่าเพื่อประโยชน์แก่คนอื่นก็เลยบอก
เนื่องจากว่าเวลาหาข้อมูลจาก internet เพื่อหาคนที่เคยเป็นโรคนี้หาไม่เจอค่ะ เวลาหาข้อมูลก็จะเจอแต่ว่า คนนั้น
คนนี้ตายจากโรคนี้ หรือไม่ก็เป็นโรคที่ร้ายแรงมากถึงแก่ชีวิต
หรือไม่ก็โอกาสพิการสูงมาก อ่านแล้วบั่นทอนจิตใจมาก
คุณหมอno2: ปกติคนเราจะมีเชื้อนี้อยู่ในสมองประมาณ 5 ตัว
แต่ของคุณจริยานี่มี 500 กว่าตัว ปกตินี่คนอื่นเค้ามี 200
ตัวก็ชักแล้วค่ะ แต่นี่คุณยังนั่งเฉย แข็งแรงมากเลยค่ะ การติดต่อก็สามารถติดต่อได้ด้วยการสัมผัส
เพราะมันมีอยู่ทั่วไป
ก่อนคุณจะเข้าโรงพยาบาลได้เดินทางไปต่างจังหวัดหรือไปไหนบ้างรึเปล่าคะ
จริยา: ?!! (ตรูเริ่มเครียดแว้วนะเนี่ย) ก็ไม่ได้เดินทางไปไหนนะคะ
แต่ว่าก่อนหน้านี้อาหารเป็นพิษแต่ไม่ได้โปพยาบาล แล้วรักษายังไงคะ
คุณหมอno2: ก็เป็นไปได้ว่าภูมิคุ้มกันต่ำจากอาหารเป็นพิษ เชื้อโรคก็เลยโจมตี
การรักษาคือการให้ยา Acyclovir
ทางเส้นเลือดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 3-4 ชั่วโมง
จริยา: oh gosh
คุณหมอno2: กรุณาอย่าร้องไห้นะคะ
จริยา: ตรูไม่ได้ร้องไห้ว๊อย ตรูกำลังช็อค อยู่โรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 14 วัน โอ้วพระเจ้าช่วย ไปหยิบอีเชื้อนี้มาจากไหนเนี่ย
โอกาสในการเป็นเนี่ยมัน 0.005% เลยนะ
ซื้อล๊อตเตอรี่ตั้งสองครั้งในชีวิตทำไมถึงไม่เห็นจะถูกรางวัลอะไรเลย
คุณหมอno2: ยาตัวนี้แรงมากนะคะ จะเผาเส้นเลือดเพราะฉนั้นจะต้อง
ผสมกับน้ำเกลือเพื่อที่จะทำให้ยาเจือจาง และจะเปลี่ยนเส้นบ่อยหน่อยนะคะ
จริยา: อร๊ากกก เปลี่ยนเส้นบ่อย ตอนนี้แขนก็พรุนแว้วอ่า จะเผาอะไรขนาดนั้นวะคะ
คุณหมอno2:
แล้วยาตัวนี้มีผลข้างเคียงกับตับและไต เพราะฉนั้นระหว่างให้ยาเราจะเจาะเลือดทุกๆ 2
วันเพื่อตรวจเช็คค่าตับ ไตและอื่น ๆ เดี๋ยวจะให้พยาบาลเข้ามาให้ยานะคะ
ซักพักนึงพยาบาลก็เข้ามาพร้อมด้วยขวดน้ำเกลือ เข็มฉีดยา
เข็มเจาะและก็ยา อุปกรณ์พร้อม
พบาบาล: ขอเจาะเส้นใหม่นะคะ เจ็บหน่อยนะคะ
จริยา: คิดในใจว่ามีทางเลือกมั้ยเนี่ยจะเจาะก็เจาะเด๊ะ พร้อมเหลือบมองเข็ม โว๊ะ
เข็มยาวอ่ะ
พบาบาล: (ตบๆ แขนเพื่อให้เส้นเลือดตื่น) เส้นหายากมากเลยค่ะ แล้วก็เส้นเล็กมาก เจ็บหน่อยนะคะ
จริยา: อร้ากกกก เจ็บอ่ะ
พบาบาล: อุ๊ยเส้นแตกค่ะ ขอเจาะเส้นใหม่นะคะ
จริยา: ไอ้แมวมานี่หน่อยดิ ขอมือแกรหน่อย เจ็บอ่ะค่ะ
พบาบาล: เจาะใหม่นะคะ (ซึบเข็มเข้าไปในเส้นเลือดเรา)
อุ๊ยขอโทษค่ะเส้นแตกอีกแล้วอ่า ต้องเจาะใหม่ค่ะ
จริยา: คือน้องคะ มันเจ็บมากเลยนะ พี่ไม่ไหวแล้ว กรุณาไปหาผู้เชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญในการแทงเส้นเลือดให้พี่ดีกว่า
พยาบาล: ทำหน้าจ๋อยตาปริบๆ
ค่ะเดี๋ยวหนูจะไปหาทีม IVให้มาเจาะนะคะ
การให้ยาตัวนี้ขอบอกว่าเจ็บค่ะ เจาะเปลี่ยนเส้นใหม่เกือบจะทุกวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการเจาะเลือดแล้วนี่
จิ๊บๆ เลยอ่ะ มีอยู่ครั้งนึงเราก็อดทนเผื่อให้ได้วันครึ่ง
ก็ทนเจ็บแต่ปรากฎว่ายาไม่เข้าเส้นเลือด ปูดบวมเป็นลูกมะนาวเลย ระยะเวลาเกือบ 3 อาทิตย์ที่อยู่โรงพยาบาลนี่ จะบอกยังไงอ่ะ เจ็บ ปวด ทรมาณ
เจาะวน ๆ เวียน ๆ อยู่อย่างนี้จนแขนนี่พรุนกันเลยเชียว พอถอดเข็มออกมานี่ หัก
งอกันเลยเชียว

No comments:
Post a Comment