Monday, August 20, 2012

บทสอง เป็น Meningitis (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) แน่แล้ว และการรักษา


วันที่ห้า ช่วงกลางคืนคุณพยาบาลจะเข้ามาดูตลอดวัดไข้วัดความดัน ผลออกมา ความดันต่ำ ไข้สูง ตื่นมาจะไอ จะจาม มันปวดร้าวไปหมด ถึงเวลาคุณหมอมาบอกผล
คุณหมอno1: ผลออกมาแล้วนะครับ เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบแน่ ๆ
จริยา: Oh gosh (แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกชิล ๆ นะ เพราะยังไม่ได้อ่าน ยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรค)
คุณหมอno1: (หันไปถามไมเคิล) ช่วงนี้พฤติกรรมเปลี่ยนไปไหมครับ
หมายเหตุ มารู้ในตอนหลังว่าถ้าเชื้อกัดกินเนื้อสมองจะทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ตาบอด ตาเข หรือกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ได้
ไมเคิล: ก็ไม่มีนะครับ หัวยังเข็งเหมือนเดิม
จริยา: ?! (แกเก็บไว้ก่อนนะให้หายป่วยก่อน) สาเหตุที่เราเป็นโรคนี้เกิดจากอะไรได้บ้างคะ แล้วรักษาอย่างไร
คุณหมอno1: ก็มี แบคทีเรีย ไวรัส ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีหลายชนิด นอกจากนี้ก็มี วัณโรค เชื้อรา และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ต้องทำ PCR ก่อนครับถึงจะรู้ การรักษาระหว่างนี้ก็จะให้ยาแก้ปวด และดูอาการอย่างใกล้ชิดนะครับ
จริยา: คิดอยู่ในใจ ตรูไม่อยากใกล้ชิดหมออ่า ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลอยากกลับบ้าน ไฮเปอร์อย่างช้านมาอยู่อย่างนี้บร้าแน่ ๆ

หมายเหตุ Polymerase Chain Reaction (PCR)การตรวจด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส สามารถเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอของเชื้อก่อโรคปริมาณน้อยๆ ได้ ทำให้สามารถตรวจพบดีเอ็นเอของแบคทีเรียหรือไวรัสในน้ำหล่อสมองไขสันหลังได้ ซึ่งระยะเวลาในการตรวจนานกว่าจะรู้ผลก็อีกวันนึง

วันนี้ก็เป็นคืนที่สามแล้วที่นอนโรงพยาบาลก่อนเที่ยงมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
ชายF1: สวัสดีครับผมมาจากแผนกการเงินครับ เอารายการค่าใช้จ่ายมาให้ดูครับ (พร้อมกับยื่นซองหนา ๆ ให้) ทางโรงพยาบาลมีนโยบายว่าสามวันต้องจ่ายครั้งนึงนะครับ
จริยา: ขอบคุณค่ะ ต้องจ่ายวันนี้เลยไหมคะ
ชายF1: ไม่เป็นไรครับค่อยจ่ายก็ได้
หลังจากที่เค้าออกจากห้องไปก็เปิดซองดู หลังจากเห็นตัวเลขเราก็ ไอ้หยา 3 วันค่าใช้จ่ายเท่านี้แล้วตูจะต้องอยู่อีกกี่วัน พ่อแก้วแม่แก้ว อย่าให้ลูกเป็นอะไรที่ต้องอยู่นานเลยนะเจ้าคะ
วันที่หก
คุณหมอno1: ผลออกมาแล้วนะครับไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย ถือว่าโชคดีนะครับ ตอนนี้ก็รอผลอยู่ว่าเกิดจากอะไร
จริยา: ? (คิดอยู่ในใจว่า โชคดีตรงไหนฟระคะ)
คุณหมอno1: ถือเสียว่าเป็นความโชคดีในโชคร้าย ถ้าสาเหตุเกิดจากแบคทีเรียนี่อันตรายมากครับ ตอนนี้ก็ขออย่าให้เกิดจากวัณโรค เพราะจะใช้เวลาในการรักษาอย่างน้อย 9 เดือน ผลจะออกมาในช่วงบ่ายนะครับเดี๋ยวคุณหมอno2 จะมาแจ้งให้ทราบ
ในระหว่างนี้ไมเคิลก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ไปออฟฟิต ให้กำลังใจตลอด พร้อม ๆ กับเป็นคนรับโทรศัพท์ให้ คุยกับเพื่อน ๆ ที่โทรมาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง เข้าใจกันบ้างไม่เข้าใจกันบ้าง (ฮ่าฮ่า) พร้อมกับแอบหาข้อมูลโดยที่ไม่บอกให้เรารู้ และแอบเครียดอยู่คนเดียว ช่วงบ่ายคุณหมอno2 เข้ามาแจ้งสาเหตุ
คุณหมอno2: สาเหตุคือเชื้อไวรัสตัวที่ชื่อว่า Herpes simplex (เริม) นะคะซึ่งเป็นตัวที่รุนแรงและก้าวร้าวมากจะกัดกินสมองถ้ารักษาไม่ทัน
จริยา: (โว๊ะ อะไรกันนี่ชีวิตนี้ไม่เคยเป็นเริมเลยมาได้งัยฟระ)แล้วเชื้อตัวนี้มันเข้าไปในสมองได้ไงคะ

หมายเหตุ ก็คิดนะคะว่าจะบอกดีมั้ยว่าเชื้ออะไร แต่ก็คิดว่าเพื่อประโยชน์แก่คนอื่นก็เลยบอก เนื่องจากว่าเวลาหาข้อมูลจาก internet เพื่อหาคนที่เคยเป็นโรคนี้หาไม่เจอค่ะ เวลาหาข้อมูลก็จะเจอแต่ว่า คนนั้น คนนี้ตายจากโรคนี้ หรือไม่ก็เป็นโรคที่ร้ายแรงมากถึงแก่ชีวิต หรือไม่ก็โอกาสพิการสูงมาก อ่านแล้วบั่นทอนจิตใจมาก

คุณหมอno2: ปกติคนเราจะมีเชื้อนี้อยู่ในสมองประมาณ 5 ตัว แต่ของคุณจริยานี่มี 500 กว่าตัว ปกตินี่คนอื่นเค้ามี 200 ตัวก็ชักแล้วค่ะ แต่นี่คุณยังนั่งเฉย แข็งแรงมากเลยค่ะ การติดต่อก็สามารถติดต่อได้ด้วยการสัมผัส เพราะมันมีอยู่ทั่วไป ก่อนคุณจะเข้าโรงพยาบาลได้เดินทางไปต่างจังหวัดหรือไปไหนบ้างรึเปล่าคะ
จริยา: ?!! (ตรูเริ่มเครียดแว้วนะเนี่ย) ก็ไม่ได้เดินทางไปไหนนะคะ แต่ว่าก่อนหน้านี้อาหารเป็นพิษแต่ไม่ได้โปพยาบาล แล้วรักษายังไงคะ
คุณหมอno2: ก็เป็นไปได้ว่าภูมิคุ้มกันต่ำจากอาหารเป็นพิษ เชื้อโรคก็เลยโจมตี การรักษาคือการให้ยา Acyclovir ทางเส้นเลือดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 3-4 ชั่วโมง
จริยา: oh gosh
คุณหมอno2: กรุณาอย่าร้องไห้นะคะ
จริยา: ตรูไม่ได้ร้องไห้ว๊อย ตรูกำลังช็อค อยู่โรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 14 วัน โอ้วพระเจ้าช่วย ไปหยิบอีเชื้อนี้มาจากไหนเนี่ย โอกาสในการเป็นเนี่ยมัน 0.005% เลยนะ ซื้อล๊อตเตอรี่ตั้งสองครั้งในชีวิตทำไมถึงไม่เห็นจะถูกรางวัลอะไรเลย
คุณหมอno2: ยาตัวนี้แรงมากนะคะ จะเผาเส้นเลือดเพราะฉนั้นจะต้อง ผสมกับน้ำเกลือเพื่อที่จะทำให้ยาเจือจาง และจะเปลี่ยนเส้นบ่อยหน่อยนะคะ
จริยา: อร๊ากกก เปลี่ยนเส้นบ่อย ตอนนี้แขนก็พรุนแว้วอ่า จะเผาอะไรขนาดนั้นวะคะ
คุณหมอno2: แล้วยาตัวนี้มีผลข้างเคียงกับตับและไต เพราะฉนั้นระหว่างให้ยาเราจะเจาะเลือดทุกๆ 2 วันเพื่อตรวจเช็คค่าตับ ไตและอื่น ๆ เดี๋ยวจะให้พยาบาลเข้ามาให้ยานะคะ
ซักพักนึงพยาบาลก็เข้ามาพร้อมด้วยขวดน้ำเกลือ เข็มฉีดยา เข็มเจาะและก็ยา อุปกรณ์พร้อม
พบาบาล: ขอเจาะเส้นใหม่นะคะ เจ็บหน่อยนะคะ
จริยา: คิดในใจว่ามีทางเลือกมั้ยเนี่ยจะเจาะก็เจาะเด๊ะ พร้อมเหลือบมองเข็ม โว๊ะ เข็มยาวอ่ะ
พบาบาล: (ตบๆ แขนเพื่อให้เส้นเลือดตื่น) เส้นหายากมากเลยค่ะ แล้วก็เส้นเล็กมาก เจ็บหน่อยนะคะ
จริยา: อร้ากกกก เจ็บอ่ะ
พบาบาล: อุ๊ยเส้นแตกค่ะ ขอเจาะเส้นใหม่นะคะ
จริยา: ไอ้แมวมานี่หน่อยดิ ขอมือแกรหน่อย เจ็บอ่ะค่ะ
พบาบาล: เจาะใหม่นะคะ (ซึบเข็มเข้าไปในเส้นเลือดเรา) อุ๊ยขอโทษค่ะเส้นแตกอีกแล้วอ่า ต้องเจาะใหม่ค่ะ
จริยา: คือน้องคะ มันเจ็บมากเลยนะ พี่ไม่ไหวแล้ว กรุณาไปหาผู้เชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญในการแทงเส้นเลือดให้พี่ดีกว่า
พยาบาล: ทำหน้าจ๋อยตาปริบๆ ค่ะเดี๋ยวหนูจะไปหาทีม IVให้มาเจาะนะคะ
การให้ยาตัวนี้ขอบอกว่าเจ็บค่ะ เจาะเปลี่ยนเส้นใหม่เกือบจะทุกวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการเจาะเลือดแล้วนี่ จิ๊บๆ เลยอ่ะ มีอยู่ครั้งนึงเราก็อดทนเผื่อให้ได้วันครึ่ง ก็ทนเจ็บแต่ปรากฎว่ายาไม่เข้าเส้นเลือด ปูดบวมเป็นลูกมะนาวเลย ระยะเวลาเกือบ 3 อาทิตย์ที่อยู่โรงพยาบาลนี่ จะบอกยังไงอ่ะ เจ็บ ปวด ทรมาณ เจาะวน ๆ เวียน ๆ อยู่อย่างนี้จนแขนนี่พรุนกันเลยเชียว พอถอดเข็มออกมานี่ หัก งอกันเลยเชียว
แต่ก็ไม่เคยสูญเสียกำลังใจนะคะ สู้กับโรคไม่ยอมแพ้ ก็คิดว่าเกิดแก่เจ็บตาย เป็นวัฏจักรของชีวิต อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด โชคดีที่คนในครอบครัวให้กำลังใจ สามีก็ดูแลดีให้กำลังใจตลอดจนหมอและพยาบาลประทับใจกันเลยเชียว พร้อมกันนี้ก็โชคดีที่มีเพื่อนๆ ดีให้กำลังใจคอยเป็นห่วง โชคดีที่เจอคนดี 

Friday, August 17, 2012

บทแรก เกิด แก่ เจ็บ เป็น Meningitis (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) หรือเปล่า?


เกิดก็แล้ว แก่ก็นะเริ่มแระ แต่ป่วยหนักนี่ยัง แข็งแรงออกกำลังกายตลอดตลอด ป่วยนิด ๆ หน่อย นี่ไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรนอนพักแป๊บก็หาย แต่คราวนี้
วันแรก โว๊ะ! ทำไมปวดหัวอย่างนี้นะ คอก็เริ่มจะแข็ง ก็คิดว่าคงจะปวดหัวธรรมดา เลยกินยาแก้ปวด
ไมเคิล: ไปหาหมอมั้ย แมว
จริยา : ไม่ไปอ่ะ เค้ายังทนได้
ไมเคิล: ทำไมดื้ออย่างนี้นะ เลี้ยงยากจริงเชียวลูกคนนี้
วันที่สอง อร๊าย ปวดมากขึ้นเริ่มจะหันไม่ได้แระ แถมยังแรดไปกินข้าวกับเพื่อนที่เคยทำงานด้วยกัน ตามด้วยช็อปปิ้งต่อ เกรงใจน้องที่บอกว่า เราต้องไปช่วยเค้า clearance นะคะพี่ กลับบ้านนี่ปวดหัวอย่างแรงกินยาแก้ปวดก็ไม่หายคอแข็งหลังก็เจ็บหันไม่ได้เลย
วันที่สาม เช้ามานี่เจ็บเหมือนหัวจะระเบิดคอแข็งหลังก็ปวด ยาแก้ปวดไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ไมเคิล: ไปหาหมอมั้ยแมว
จริยา: เดี๋ยวเค้าจะขึ้นรถไฟฟ้าไปหาหมอที่เปาโลหรือไม่ก็พญาไทนะคะ
ไมเคิล
: ถ้ามีอะไรโทรหานะครับ
จริยา : ไม่ต้องห่วงค่ะ เค้าไปได้ ไปทำงานเถอะค่ะ
ก่อนจะอาบน้ำเห็นฝุ่น คิดว่าดูดฝุ่นก่อนดีกว่าขี้เกียจจาม ทำไปทำมา หัวเริ่มจะปวดขึ้นเรื่อย ๆ โว๊ะ หันนี่ไม่ได้แล้วหลังก็เริ่มปวด เลยเอาวะ ฝุ่นแกอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดวชั้นจะกลับมาจัดการกับแก แต่งตัวเสร็จ อั๊ยหยาไม่ไหวแล้วตรู ขอล้มตัวลงไปนอนก่อนนะ  เที่ยงไมเคิลโทรมา

ไมเคิล: How are you meow? Did you go to the hospital? เป็นไงแมว หาหมอยัง
จริยา : Meow, I am not OK. I cannot walk; feeling like my head is going to explode and I am really in pain. ยังไม่ได้ไปค่ะ เดินไม่ได้แล้ว หัวจะระเบิด เจ็บมว้าก
ไมเคิล: I am going back to take you to the hospital wait there (น้ำเสียงตกใจ) รออยู่นั่นเดี๋ยวจะออกจากออฟฟิตไมเคิลจะพาไป โรงพยาบาล

อธิบายอาการให้คุณหมอno1ฟังว่า ปวดหัวมากเหมือนจะระเบิดคอแข็ง หลังปวด คุณหมอเช็คอาการเสร็จ บอกว่าหมอคิดว่าอาการเช่นนี้น่าจะเป็น Meningitis ไมเคิลทำหน้าตกใจ ส่วนเราคิดในใจ มันคือโรคอะไรวะ ตรูมิเคยได้ยิน เลยถามว่าคือโรคอะไรหมอก็บอกเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หลังจากนั้นก็โดนเจะเลือดเอาไปทดสอบโน่นนี่นั่น ผลออกมาเม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ ส่อไปในแนวอักเสบจากแบคทีเรีย คุณหมอแนะนำให้เจาะหลัง เราก็ อร๊ายเจาะหลัง เคยได้ยินมาว่าเจ็บ เลยขอตัดสินใจ กลางคืนความเจ็บไม่ได้หายไปไหนเลยถึงแม้จะได้ยาแก้ปวดอย่างแรงแล้ว แอบถามคุณพยาบาล
จริยา :เจาะหลังเจ็บมั้ยคะ
คุณพยาบาล: เจ็บค่ะ
วันที่สี่ คุณหมอน่าจะเริ่มเครียดแล้วและบอกว่าโรคนี้เป็นโรคที่อันตรายมากถ้าสาเหตุมาจากแบคทีเรียนี่หนักมาก มีคนไข้คนนึงปวดหัวอยู่สองวันมาหาหมอ แต่หมอไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ คุณหมอให้ทางเลือกสองทาง อันแรก ทำ MRI เพื่อดูว่าสมองบวมหรือไม่  อันที่สอง เจาะหลัง
จริยา :เจาะหลังเจ็บมั้ยคะ
คุณหมอno1: ไม่เจ็บครับ แต่หลังจากเจาะต้องนอนหงายนิ่ง ๆ 8 ชั่วโมง
จริยา: ทางเลือกไหนที่ทำแล้วรู้เลยค่ะ ม้วนเดียวจบอ่ะค่ะ
คุณหมอno1: เจาะหลังครับ
ก็เลยตัดสินใจว่าเจาะก็เจาะว่ะ แป๊บนึงคุณพยาบาลเข้ามาขอตรวจ HIV เราก็โว๊ะ ตรวจทำไมอ่า เพิ่งตรวจก่อนไมเคิลจะรับงานปัจจุบัน หลังจากมาอ่านในตอนหลังถึงได้รู้ว่าสาเหตุอีกอย่างที่เป็นโรคนี้คือ เอดส์ ค่ะ อั๊ยย่ะล่ะก่ะ! หลังจากนั้นแป๊บ คุณหมอno2 เข้ามาดูอาการเลยแอบถามว่าเจาะหลังเจ็บมั้ย ก็บอกว่าเจ็บค่ะ อืมมมมมม
ก่อนที่จะโอนย้ายไปห้องเจาะ คุณพยาบาลพูดว่าถ้าเจ็บว่าคุณหมอเลยนะคะ ส่วนไมเคิลก็พูด แมวหมออ่ะไม่เจ็บเพราะเป็นคนเจาะนะครับ (เราก็อืม ให้กำลังใจได้ดีมากนะไอ้แมว)
ก่อนเจาะคุณหมอก็ฉีดยาชา รู้สึกเจ็บแปล๊บ หลังจากนั้นก็เจาะหลัง อึ๊ย เจ็บตึ๊บ ขานี่รู้สึกแปล๊บ ๆ
oh gosh เจ็บว่ะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระหว่างเจาะคุณหมอก็ชวนคุย
คุณหมอno1: เก่งนะครับทนปวดหัวอยู่ได้ทั้งสามวัน
จริยา: ไม่ชอบหมอ ไม่ชอบหาหมอไม่ชอบเลยค่ะ
คุณหมอno1: ทำไมล่ะครับ
จริยา: มาก็เป็นอย่างนี้อ่ะค่ะ ไม่ชอบบบบ
คุณหมอno1: หมอที่โรงพยาบาลนี้เก่งที่สุดในโลกเกี่ยวกับโรคนี้นะครับ อืมม ความดันในสมองสูงกว่าปกตินะครับ น้ำจากสมองก็ไม่ใส แต่ผมก็ยังไม่อยากฟันธง ต้องเอาไปตรวจก่อนนะครับว่าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบรึเปล่า ซึ่งจะรู้ผลในวันรุ่งขึ้น
เจาะเสร็จคุณหมอบอกให้นอนเฉย ๆ 8 ชั่วโมง ห้ามตะแคงห้ามลุกขึ้นฉี่ เราก็โว๊ะ ปวดฉี่ทำไงละเนี่ย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด คืนนั้นก็นอนปวดหัวเพราะยังให้ยาไม่ได้ต้องรู้ก่อนมามาจากสาเหตุอะไร แต่จิตใจยังโอเคนะคะ
บทที่สอง เป็น Meningitis (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) แน่แล้ว จะตามมานะคะ